จขกท.: Dean

[บันทึกการเดินทาง] APOLLYON the DESTROYER

[คัดลอกลิงก์]
โพสต์เมื่อ 2026-2-8 20:57:49 | แสดงทุกชั้น
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Mackenzie เมื่อ 2026-2-12 20:24

[disableleft]
XXVIII
จุดหมายปลายทางที่ใกล้เข้ามา
 Mackenzie Claude Lincoln 

- 31.05.2025 / 09:07AM - เมืองบาเฮีย เดอ คาราเควซ, ประเทศเอกวาดอร์


หลังจากต่อสู้กับเงาของแร็กนาร์แล้ว ทีมทำภารกิจก็เดินทางกันต่อด้วยเรือใบโดยมีกระบอกลมสี่ทิศเป็นเครื่องช่วยทุ่นแรง การมาถึงท่าเรือปวยร์โต อะมิสตาดจึงไม่ใช้เวลายาวนานอย่างที่คิดแม้จะดึกไปสักหน่อย ในตอนแรกพวกเขาตั้งใจว่าจะกางเต๊นท์นอนกันมันซะที่ชายหาด แต่จากเรื่องไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นกลางมหาสมุทรทำให้พวกเขาหมดแรงไปไม่น้อย 


ดังนั้น เตียงนุ่ม ๆ เท่านั้นคือคำตอบ ทั้งสี่คนจึงไปหาห้องพักในราคาที่พอรับไหวแถวย่านโนแมดเพื่อพักผ่อนร่างกายอันเหนื่อยล้า


.

.

.


“เรามาถึงเอกวาดอร์กันแล้วใช่ไหม จากนี้ที่ที่พวกเราต้องไปก็คือภูเขาไฟในคำทำนายนั่น”


แมคเคนซีเปิดบทสนทนาขึ้นมาหลังจากที่พวกเขารับประทานมื้อเช้าแบบง่าย ๆ ในร้านอาหารใกล้ที่พักกันเสร็จแล้วและใช้ช่วงเวลานี้ประชุมวางแผนเพื่อจะเดินทางกันต่อ


“นอกจาก ‘ดินแดนภูเขาไฟ’ แล้ว พอมีเบาะแสอะไรอีกไหม”


ซึ่งคำตอบที่ได้รับจากสมาชิกในทีมก็คือการส่ายหน้า ซึ่งแน่นอนว่าแมคเคนซีเองก็เช่นกัน 


“จะว่าไปนายหาข้อมูลเรื่องภูเขาไฟมาด้วยนี่ ใช่ไหม”


เหมือนจะนึกขึ้นได้แบบลาง ๆ ว่าดีนเคยหาข้อมูลเยอะแยะก่อนเดินทางออกจากค่าย เขาจึงหันไปถามแฟนหนุ่ม


“ใช่ ฉันหาภูเขาไฟที่น่าจะเป็นลานสู้บอสมาสามที่ จากภูเขาไฟทั้งหมด เอ่อ… สี่สิบแปดแห่งมั้งถ้าจำไม่ผิด ซึ่งภูเขาไฟสิบห้าลูกตั้งอยู่บนเกาะกาลาปาโกส แต่ขออย่าให้เป็นงั้นเลยไม่งั้นล่ะงานงอก ความจริงฉันเคยอยากไปเที่ยวกาลาปาโกสนะ ระบบนิเวศน์สมบูรณ์ดี แต่ไม่ได้หาข้อมูลเผื่อไว้สำหรับเรื่องนี้เลย”


ดีนหยิบเอาชีทข้อมูลจากกระเป๋าเป้ออกมากาง ซึ่งหลังจากที่ผ่านการเดินทางมาครึ่งเดือนสภาพของมันจึงเละเทะสิ้นดี ทั้งรอยพับ รอยยับยู่ยี่ ร่องรอยของความเปียกชื้นจนหมึกพิมพ์เลือนไปบางส่วนเหมือนหนังสือเก่าเก็บที่ถูกน้ำหกใส่ ไหนยังรอยขาดในอีกหลายจุด แต่กระนั้นมันยังคงใช้งานได้


เกือบเหมือนแผนที่ขุมสมบัติในหนังแฟนตาซีย้อนยุค…


“ภูเขาไฟทั้งหมดสี่สิบแปดแห่งเลยเหรอคะ… แต่ว่าพี่คัดมาแค่สาม”


ธิดาแห่งเฮคาทีหน้าซีดเผือด หากต้องเดินทางเพื่อค้นหาตัวคนร้ายที่ไม่อาจเอ่ยชื่อขึ้นมาในตอนนี้ (เพราะไฮรี่จะเข้าโหมดคลั่ง) จะต้องใช้เวลากี่วันกันนะจึงจะหาเจอ กว่าจะถึงตอนนั้นไฮเพอร์เรียนจะสามารถอัญเชิญอะพอลลีออนผู้ล้างผลาญออกมาได้สำเร็จแล้วหรือเปล่า แม้มันจะไม่มีสิ่งบูชายัญชั้นยอดอย่างสายเลือดแห่งมนตราก็ตาม


ต้องทำงานแข่งกับเวลาไม่ใช่เรื่องง่ายเลย


“คงมีคำถามสินะว่าทำไมถึงเลือกมาแค่สามจากสี่สิบแปด”


ดีนกระแอมพร้อมกับดันแว่นขึ้นเหมือนผู้ทรงภูมิในอินเทอร์เน็ต (เกรียนคีย์บอร์ด) 


“คืองี้… แม้ว่าเอกวาดอร์จะมีภูเขาไฟเกือบห้าสิบลูก แต่มีแค่เพียงไม่กี่ลูกเท่านั้นล่ะที่โดดเด่น นั่นคือ ‘ภูเขาไฟตุงกูราฮัว’ ภูเขาไฟที่ชาวบ้านเคารพบูชาว่ามีเทพท้องถิ่นสถิตย์อยู่ตามตำนานความเชื่อ เทพองค์นั้นจะใช่ไฮ..-- บอสที่พวกเราตามหาอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ฉันคิดว่าก็มีโอกาสถูกอยู่นะ” 


หลังอธิบายสถานที่แรกจบดีนก็ยกโคล่าขึ้นมาจิบแก้กระหายแล้วสาธยายต่อ


“ต่อมา ‘ภูเขาไฟเรเวนทาดอร์’ เป็นภูเขาไฟเกิดการระเบิดบ่อยมาก ๆ จากสถิติระบุว่ามันมีการระเบิดถึงสิบครั้งในรอบยี่สิบปี เรียกได้ว่าบ่อยมาก ๆ สองปีครั้งเลยทีเดียว แต่มันอยู่ทางตะวันออกของเทือกเขาแอนดีส อยู่ไกลสุด ๆ ฉันจึงคิดว่าเอาไว้เป็นสถานที่ที่สามหากว่าเรายังหาตัวร้ายไม่พบ”


เขาหันไปมองเห็นชาร์ล็อตพยักหน้าหงึกหงัก


“และสุดท้ายที่ฉันหามาคือ ‘ภูเขาไฟโกโตปักซี’ เป็นภูเขาไฟที่สูงที่สุดเป็นอันดับสองของประเทศเอกวาดอร์ ด้านบนมีหิมะตกอุณภูมิจึงหนาวแม้เป็นฤดูร้อน แม้จะดูเหมือนหนาวเย็น แต่มันเป็นภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นและคาดการณ์ว่าแรงระเบิดจะรุนแรงสุด ๆ แถมละแวกนั้นยังมีภูเขาไฟที่ยังไม่สงบอีกหลายลูกอีกอาจระเบิดตามได้ถ้าแรงสั่นสะเทือนใต้พิภพมากพอ โอกาสเกิดคงสักห้าเปอร์เซ็นได้มั้ง ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้แต่ไม่ชะล่าใจดีกว่า เพราะไททันก็เก่งระดับเดียวกับพ่อแม่ของพวกเรา”


คำอธิบายยาวเหยียดของดีนทำเอาไฮรี่อ้าปากหวอ


“และนี่คือภูเขาไฟสามลูกที่ฉันคาดการณ์ไว้ว่าน่าจะเป็นลานบอส ซึ่งบอสที่อยากเปิดตัวแบบอลังการงานสร้าง น่าจะเลือกภูเขาไฟเหล่านี้ไว้ในใจ ซึ่งที่ ๆ อยู่ใกล้กับพวกเรามากที่สุดก็คือ…” ปลายนิ้วสีน้ำผึ้งจรดไปที่รายชื่อภูเขาไฟที่ถูกไฮไลท์สีจาง “ภูเขาไฟโกโตปักซี“


แมคเคนซีนั่งฟังข้อมูลที่ดีนหามาอย่างเงียบ ๆ แต่เรียวคิ้วของเขากลับมุ่นเข้าหากันทีละนิดจนตอนนี้มันแทบจะผูกเป็นโบว์ได้ เนื่องด้วยตอนนี้สมองของเขากำลังคิดวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้อย่างหนัก


“ยากชะมัด…เหมือนเราต้องรีบตัดสินใจเลือกสักที่ในขณะที่เอกวาดอร์มีภูเขาไฟตั้งเกือบห้าสิบลูก ถ้างั้นฉันให้ข้อมูลของไฮ…เอ่อ บอสที่นิโคไลส่งมาให้เพิ่มเติมก่อนดีไหม เผื่อว่ามันจะช่วยจำกัดขอบเขตให้พวกเราได้มากขึ้น”


ว่าแล้วก็หยิบสมาร์ทโฟนออกมาเปิดไฟล์รูปภาพที่นิโคไลส่งมาให้แล้วเริ่มอ่านข้อมูลที่ได้รับมาให้สมาชิกในทีมฟังโดยพยายามเลี่ยงที่จะเรียกชื่อเป้าหมายที่พวกเขากำลังตามหากันแบบตรง ๆ


“เจ้านี่คือหนึ่งในสิบสองไททันยุคก่อนกาล ถือเป็นผู้พิทักษ์ทิศตะวันออกและเทพผู้ให้กำเนิดดวงอาทิตย์ ถิ่นที่อยู่เดิมคือภูเขาออธริส ปัจจุบันคือ……” แมคเคนซีเงียบไปเล็กน้อยก่อนละสายตาจากจอขึ้นมองหน้าอีกสามคนที่กำลังตั้งใจฟังแล้วอ่านต่อ “เอกวาดอร์”


“ในสงครามไททาโนมาคี บอสตนนี้คือขุนพลสำคัญของโครนอสผู้เป็นพี่ ในท้ายที่สุดพวกเขาเป็นฝ่ายแพ้สงครามและถูกจองจำในทาร์ทารัส ส่วนในบันทึกภารกิจที่ชื่อว่า ‘เทพองค์สุดท้าย’ ของรุ่นพี่แอนนาเบ็ธมีเขียนไว้ว่า บอสถูกปลดปล่อยออกมาทำหน้าที่แม่ทัพใหญ่ฝ่ายไททัน นำกองกำลังบุกเข้าโจมตีแมนฮัตตัน สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อรุ่นพี่เพอร์ซีย์และถูกจองจำในทาร์ทารัสอีกครั้ง”


ครั้นจะอ่านบันทึกให้ฟังทั้งเล่มใช้เวลาวันนี้ทั้งวันก็คงไม่จบ แมคเคนซีจึงสรุปจากที่ตนอ่านมาให้ทุกคนฟัง ซึ่งเมื่อจบตรงนี้แล้วก็มีคำถามเกิดขึ้นในหัวว่า ‘แล้วครั้งนี้ใครคือผู้ปลดปล่อยไฮเพอร์เรียนออกมา’


“พวกเรากำลังจะเจอกับไททันเหรอคะ…น่ากลัวจังเลย พวกเราจะรับมือไหวหรือเปล่า”


ชาร์ล็อตหน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัดไม่ต่างจากบุตรแห่งโพไซดอนที่ได้แต่เงียบ ซึ่งเขาเองก็ไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้


“เราแค่ต้องทำให้ดีที่สุด นิโคไลส่งข้อมูลเพิ่มเติมที่หาจากห้องตำราในบ้านมาด้วยนะ อย่างน้อยถ้าพวกเรารู้จุดอ่อนจุดแข็งของคู่ต่อสู้ เราอาจจะพอได้เปรียบอยู่บ้าง”


เด็กสาวพยักหน้ารับน้อย ๆ แมคเคนซีจึงปัดหน้าจอไปที่รูปซึ่งเป็นหน้ากระดาษที่ค่อนข้างเก่า สีหมึกเริ่มซีดจางไปตามกาลเวลาแล้วอ่านต่อ


“ไททันตนนี้โหดเหี้ยมและหยิ่งยโส มีความภาคภูมิใจในเผ่าพันธุ์ของตนเองเป็นอย่างสูง มองว่าเผ่าพันธุ์อื่นน่ารังเกียจและต่ำต้อยกว่าตนเอง มีอาวุธประจำตัวคือดาบเพลิงสุริยะ ด้านพละกำลังเหนือกว่าเทพเจ้าทั่วไป เชี่ยวชาญทักษะการต่อสู้ระดับสูง สามารถควบคุมไฟและแสงสว่างได้อย่างสมบูรณ์แบบ รวมถึงระเบิดร่างตนเองให้เป็นเปลวไฟและสร้างแสงสว่างให้คู่ต่อสู้ตามัวได้ในพริบตา…สามารถเดินบนผิวน้ำได้โดยไม่ใช้พลังน้ำ และเคลื่อนที่ได้ด้วยความเร็วเหนือมนุษย์”


หลังจากอ่านจบหนุ่มอังกฤษก็กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ไม่ใช่เพราะออกเสียงมากเกินไปจนคอแห้ง แต่เป็นเพราะตระหนักได้แล้วว่าหลังจากนี้พวกเขาต้องเจอกับอะไร


“ให้ตาย…นี่มันศัตรูระดับอันตรายเกินไปไหม พวกเทพเห็นเราเป็นยอดมนุษย์หรือยังไงถึงให้ไปจัดการกับไททันระดับนี้ ตอนนี้พวกเราน่าจะมาถูกที่แล้ว จากข้อมูลของดีนกับนิโคไลประกอบกัน…ถ้าไททันตนนี้มีความภูมิใจในเผ่าพันธุ์ตัวเองสูงก็คงอยากเปิดตัวอย่างอลังการอย่างที่ดีนบอก ว่าแต่…ถ้าอยากเปิดตัวแบบโดดเด่นจริง ๆ ทำไมไม่เลือกภูเขาไฟที่สูงสุดเป็นอันดับแรกของเอกวาดอร์ไปเลยล่ะ”


ไม่รู้ว่าข้อสันนิษฐานของพวกเขาถูกต้องไหม แต่แมคเคนซีก็เข้าหน้าเว็บไซต์แล้วพิมพ์ข้อความหา ‘ภูเขาไฟที่สูงที่สุดของเอกวาดอร์’ ไปแล้ว


“ภูเขาไฟชิมโบราโซ…ภูเขาไฟที่ได้ชื่อว่ามีความสูงที่สุดในประเทศเอกวาดอร์ สามารถเดินทางเชื่อมถึงภูเขาไฟโกโตปักซีได้เนื่องจากภูเขาไฟทั้งสองลูกอยู่ในแถบเทือกเขาแอนดีส…”


ดวงตาสีฮาเซลเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้รู้ข้อมูลชุดใหม่ที่เพิ่งหามาได้ เขาหันไปมองคนรักที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กัน


“ฉันว่ามันโอเคนะถ้าเราจะเริ่มจากภูเขาลูกใดลูกหนึ่งจากสองลูกนี้หรือทางเชื่อมที่ว่านั่น นายคิดว่ายังไง”


“อืม…”


หนุ่มเท็กซัสกุมคางอย่างใช้ความคิด ดูเหมือนว่าเขาจะติดสตั๊นไปตั้งแต่ตอนที่ฟังความสามารถสุดเวอร์ของไททันไฮเพอร์เรียน ‘จะเอาอะไรไปสู้วะ!’ ในหัวของเขาวนเวียนอยู่แค่ประโยคนี้ แม้ว่าจะมีเทพเจ้าระดับราชินีแห่งแอตแลนติสรับปากเป็นผู้สนับสนุน แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ ดีนไม่รู้ว่าแม่เลี้ยงของเขาชำนาญการรบแค่ไหน ฟังประวัติผ่าน ๆ (จากพอดแคสต์เพลย์ลิสต์รวมตำนานเทพเจ้ากรีก) เขารู้แค่ว่านางเคยปกป้องอาณาจักรร่วมกับโพไซดอนยามมีภัยแก่แอตแลนติส แต่ก็ไม่น่าจะเคยลุยเดี่ยวสู้กับไททันตัวเอ้ที่ได้รับฉายาอย่างเทพแห่งแสงสว่าง


“ก็เป็นไปได้ว่าจะเป็นภูเขาไฟซิมโบราโซ งั้นฉันขอดูพิกัดแป๊บ”


ดีนสไลด์หน้าจอสมาร์ทโฟนเดดาลัสค้นหาเปรียบเทียบการเดินทางไปยังภูเขาไฟทั้งสองแห่งเพื่อวางแผนการเดินทางไปต่อ โดยไม่ลืมเผื่อเชื่อมไปยังภูเขาไฟลูกที่สามที่อยู่ในละแวกเดียวกันด้วย


“โอเค ได้คำตอบแล้ว ถ้าไปทางโกโตปักซีจะใช้เวลาหกชั่วโมงสี่สิบห้านาทีในการไปถึง ส่วนถ้าไปชิมโบราโซก่อนจะใช้เวลาเจ็ดชั่วโมงนิด ๆ ไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าไหร่ แค่ว่าจะเดินทางจากเหนือลงใต้หรือว่าจากใต้ขึ้นเหนือ แต่ใด ๆ ก็คือ กว่าจะไปถึงพวกเราคงอ่อนเปลี้ยเพลียแรงก่อนจะได้สู้กับไฮ..บอสใหญ่ เราจะเลือกไปที่ไหนก่อนก็ได้แต่ควรต้องวางแผนหาที่พักค้างคืนเมืองใกล้ ๆ ภูเขาไฟก่อนสักคืนนึง”


ชายหนุ่มวางแมพเส้นทางภูเขาไฟให้เพื่อนร่วมทีมได้ดู


“ถ้างั้นเรามาโหวตกันไหมว่าอยากไปที่ไหนก่อน ฉันขอโหวตโกโตปักซีก่อนแล้วกันเพราะว่าข้อมูลเดินทางพร้อมแล้ว”


“ไฮรี่โหวต” หนุ่มผมสองสียกมือขึ้น “ไฮรี่โหวตตามชาร์ล็อต”


“เอ๋ พี่ไฮรี่ ไหงให้หนูตัดสินใจแทนล่ะคะ” ชาร์ล็อตร้องท้วง แต่คำตอบของไฮรี่มีเพียงแค่รอยยิ้มแฉ่ง “เอ่อ…ถ้าอย่างนั้นหนูก็โหวตที่เดียวกันกับพี่ดีนค่ะ แล้วพี่แมคล่ะคะ”


หลังจากใช้สิทธิ์ออกเสียงแล้วเธอก็หันมาถามพี่ชายตนเองต่อ


“ถ้าดีนมีข้อมูลพร้อมอยู่แล้วเราก็เริ่มจากโกโตปักซีกันก่อน ฉันเห็นด้วยเรื่องหาที่พักนะ แต่ตอนนี้พวกเราเข้าใกล้สถานที่ทำพิธีเข้าไปมากขึ้นทุกที พวกเราคงต้องระวังตัวกันมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว”


แมคเคนซีลดเสียงลงพลางมองรอบ ๆ ขณะนี้เรียกได้ว่าพวกเขามาเหยียบถึงถิ่นศัตรูแล้ว ไม่รู้ว่าจะมีสมาชิกลัทธิเดอะ วอชเชอร์ ลูกสมุนของไฮเพอร์เรียนแทรกซึมปะปนไปกับชาวเมืองหรือไม่ จากนี้ไปทำอะไรคงต้องรัดกุมกว่าเดิม


“ใช้เวลากว่าหกชั่วโมงใช่ไหมกว่าจะถึง งั้นเราเริ่มออกเดินทางกันเลยดีกว่า กว่าจะถึงที่นั่น กว่าจะหาที่พักได้ก็คงเย็นพอดี


“ฉันเห็นด้วยเรื่องที่พักและกำหนดการเดินทาง แมคซี่กับชาร์ล็อตยังไม่ปลอดภัย ถ้าบอสยังคิดจะลักพาตัวสายเลือดเฮคาทีไปทำพิธีอยู่… เรื่องที่พักฉันคิดว่าพวกเราควรนอนด้วยกันทั้งสี่คนเลย แล้วอาจจะต้องกำหนดเวรยามตอนที่พักผ่อนกันด้วย นอกนั้นก็เป็นการกำหนดหน้าที่… ฉันคิดว่าพวกเราต่อสู้เข้าขากันได้ดีนะ แต่จะดีกว่านี้ถ้าระบุหน้าที่ทีมเวิร์คที่ชัดเจน”


ดีนกวาดสายตามองสมาชิกร่วมทีมทุกคน ในตอนนี้คล้ายกับว่าแต่ละคนมีตำแหน่งหน้าที่ค่อนข้างชัดเจน อาจเว้นไว้แค่ไฮรี่ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อเผชิญหน้ากับไฮเพอร์เรียน คนที่มีความแค้นส่วนตัวจะต้องคลุ้มคลั่งอย่างแน่นอน


“เอาล่ะ แต่ละคนลองบอกมาก่อนว่าตัวเองมีหน้าที่อะไร ฉัน… คิดว่าพลังของตัวเองน่าจะเหมาะสมที่สุดแล้วสำหรับการรับมือกับบอสตัวนี้ แต่คิดว่าใช้สู้อย่างเดียวไม่ได้ น้ำยังต้องมีไว้ดับร้อนอีกด้วย คงเป็นทั้งหน่วยจู่โจมระยะไกลและซัพพอร์ตยามคับขัน”


“ไฮรี่ ไฮรี่สู้ได้ ด้วยดาบและโล่ที่เอววิ่นให้มา” บุตรแห่งเฮอร์มาโฟรไดตัสยกมือตอบอย่างกระตือรือร้น แต่ด้วยสไตล์การต่อสู้ของไฮรี่ช่างไม่เหมาะสมกับการต่อสู้ในครั้งนี้เลย 


“มีแค่ดาบกับโล่เหรอ นายทำอย่างอื่นเป็นอีกไหม?” ดีนถามซ้ำ


“ขอไฮรี่คิดก่อนนะ” หนุ่มผมสองสียกมือขึ้นทาบปลายคาง ก่อนจะยกกำปั้นทุบฝ่ามือเมื่อคิดออก “ไฮรี่ทำแบบนี้ได้!”


กล่าวจบเขาก็กางฝ่ามือไปด้านหน้ามุ่งชี้ไปทางชาร์ล็อต หลับตาแล้วร่ายพลัง จากนั้นร่างกายสาวน้อยทรวดทรงอวบอิ่มของชาร์ล็อตก็กลายสภาพเป็นชาย


“ว้าย!”


ชาร์ล็อตร้องออกมาด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นโดยไม่ผ่านการดัดและเก๊กเสียง หลังเห็นการเปลี่ยนแปลงสภาพร่างกายของตัวเอง เธอรีบตะครุบปากของตัวเองด้วยสีหน้าตระหนก ก้มมองหน้าอกแบนราบ กล้ามเนื้อแน่น ๆ แบบที่ไม่เคยมี ลูกกระเดือกที่ลำคอ และมีสิ่งแปลกปลอมที่หว่างขา


“ไฮรี่ นายทำอะไรชาร์ล็อตน่ะ!”


ดีนเองก็ทึ่งไม่แพ้กัน เสกให้ชาร์ล็อตเป็นชายแล้วจะคืนสภาพได้ไหมล่ะเนี่ย… ว่าแต่ความสามารถของเฮอร์มาโฟรไดตัสทำอะไรแบบนี้ได้งั้นเรอะ!


“ก็เอววิ่นถามว่าไฮรี่ทำไรได้บ้างอ่ะ” เขากล่าวก่อนจะปลดพลังให้สาวน้อยเพียงคนเดียวของทีมกลับมามีสภาพร่างกายเหมือนเดิม ชาร์ล็อตถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางลูบอก ดูท่าทางเธอจะพึงพอใจความเป็นหญิงของตัวเองมากกว่า “อีกพลังของไฮรี่คือทำให้แสบ*ปี๊บ——*ไฮรี่กางมืออีกครั้ง แต่คราวนี้ทุกคนร้องห้ามเป็นพัลวัน


“อย่า ๆๆๆๆ ไฮรี่ อันนั้นไม่ต้อง!!”


หนุ่มสวมแว่นตาดำจึงลดมือลงแล้วยิ้มเผล่


“พลังของเฮอร์มาโฟรไดตัสเน้นเรื่องการเปลี่ยนสภาพเพศสินะ ถ้าเจอหมอนี่ตั้งแต่ก่อนขึ้นเรือสินค้าก็ดีสิ ชาร์ล็อตจะได้ไม่ต้องปลอมเป็นกะเทยแบบนั้น… เอางี้นะไฮรี่ เวลาต่อสู้นายอย่าบุ่มบ่ามเอาดาบเข้าไปแทงบอสล่ะ เน้นทำให้แสบ*ปี๊บ——*เอา”


“ได้ ไฮรี่จะทำแบบนั้นก็ได้” ไฮรี่ยิ้มรับ ซึ่งดีนไม่ได้รู้สึกไว้วางใจเลย แต่ถือว่าบอกแล้วก็แล้วกัน เขาจึงหันไปทางสองพี่น้องเฮคาที


“หนูเป็นฝ่ายรักษาค่ะ แล้วก็เสกคาถาช่วยได้ถ้าสินสงครามมีมากพอ” ว่าแล้วชาร์ล็อตก็เปิดถุงเก็บสินสงครามออกมาดูว่าสามารถใช้อะไรได้บ้าง “ที่หนูใช้ได้คือคาถากันไฟ คาถาผู้พิทักษ์ คาถาโซ่ตรวน และคาถาหยุดนิ่งค่ะ” เธอกล่าว จากนั้นแบ่งสินสงครามให้แมคเคนซีไว้ใช้ติดตัวบางส่วน


“คาถาพวกนั้นใช้ได้อย่างจำกัดน่าดูแฮะ แล้วท่าประจำตัวอย่างอิกนิส พาร์วัสก็น่าจะจัดการบอสไม่ได้อีก” ดีนมองสองพี่น้องสายเวทที่แบ่งสินสงครามกันด้วยความคิดไม่ตก แถมสไตล์การต่อสู้ของแมคเคนซีเป็นระยะประชิดไม่ต่างจากไฮรี่ ส่วนชาร์ล็อตยังดีที่เธอยิงธนูเก่ง “พวกนายมีคาถาโจมตีไหนอีกไหม? ถ้ามีอะวาดา เคดาฟราจะเอาออกมาใช้เลยฉันก็ไม่ว่านะ”


ชาร์ล็อตเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะส่ายหน้าอย่างสิ้นหวัง คาถาจู่โจมที่เธอรู้มีแค่นั้น นอกเหนือจากนั้นอยู่ในตำราเล่มอื่นที่รู้แค่ข่าวลือแต่ไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน


“งั้น… ถ้าเปลี่ยนตัวซัพพอร์ตล่ะ แมคซี่ทำหน้าที่แทนชาร์ล็อต ส่วนน้องสาวให้เป็นดีพีเอสยิงไกล


“ฉันไม่มีปัญหา ให้คอยซัพพอร์ตก็ได้ หรือไม่ถ้าเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น ฉันก็เข้าไปสู้แทนได้”


แมคเคนซีบอกขณะเก็บสินสงครามลงกระเป๋า ภายในหัวก็คิดถึงแผนการรบกับไฮเพอร์เรียนในรูปแบบต่าง ๆ ไปด้วย


“พูดถึงเรื่องไม่คาดคิด ฉันขอเสนอแผนสำรองไว้ได้ไหม แต่ฉันว่าไว้เราไปคุยรายละเอียดที่เหลือกันหลังเดินทางถึงห้องพักดีกว่า ตรงนี้มันดู…โจ่งแจ้งไปหน่อย”


เขาเอ่ยเตือนอีกรอบ เวลานี้พวกเขานั่งอยู่ในร้านอาหารที่มีผู้คนมากมาย ซึ่งใครเป็นใครบ้างก็ไม่อาจรู้ได้ การจะวางแผนเรื่องสำคัญขนาดนี้ควรพูดกันในที่ลับน่าจะเหมาะสมกว่า


แผนการที่ดีนเสนออาจจะดีแล้วก็ได้ เพราะอีกฝ่ายผ่านภารกิจเสี่ยงอันตรายมามากกว่า แต่การวางแผนโดยไม่มีแผนสำรองเตรียมไว้เลยก็ดูเหมือนจะประมาทคู่ต่อสู้ไปสักหน่อย แมคเคนซีไม่ได้คิดว่าแผนการของตนเองนั้นดีที่สุด กลับกันมันอาจเป็นแผนการโง่เง่าเท่าที่คนคนหนึ่งจะคิดได้ ถึงอย่างนั้นมันก็ยังดีกว่ามานั่งเสียใจทีหลังที่เขาไม่ตัดสินใจพูดมันออกไป


“ได้สิที่รัก เราค่อยคุยเรื่องนี้อีกทีตอนไปถึงที่พักแล้วก็ได้”


ถ้าแมคเคนซีไม่เตือนเขาก็ลืมไปเลยว่าตอนนี้กำลังอยู่ในร้านอาหารเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในย่านโนแมดของเมือง เมื่อมองไปรอบ ๆ เห็นสายตาที่คนอื่นมองมาแล้วรู้สึกไม่น่าไว้วางใจเอาเสียเลยจึงได้แต่ทำเป็นยิ้มฝืด ๆ ก่อนทำเป็นก้มหน้าคนกาแฟในแก้วเพื่อไม่ให้มีพิรุธ


‘จะว่าไปเมื่อกี้ตอนที่ไฮรี่เสกชาร์ล็อตเป็นผู้ชาย คนอื่นจะเห็นเป็นยังไงกันนะ?’


ดีนตั้งคำถามในใจ มนตราม่านหมอกของเฮคาทีอาจปรับสภาพให้เป็นอะไรก็ได้ตามแต่ที่มนุษย์ธรรมดาอยากรับรู้ หรือไม่ก็อาจจะไม่มีอะไรเลย เพราะเหตุการณ์เมื่อครู่ผ่านไปไวมาก


“นอกจากแผนสำรองที่นายจะเสนอยังมีเรื่องอะไรอีกนะ? จะว่าไป ฉันอยากรู้ด้วยว่าในแต่ละครั้ง บอสถูกจัดการด้วยวิธีไหน ถ้าคล้าย ๆ กันเราอาจจะมีสถิติไว้อ้างอิงเรื่องของจุดอ่อนบอสได้”


ดีนกล่าวก่อนจะจิบกาแฟดำแล้วยู่หน้าด้วยรสชาติขมปี๋ที่เคลือบปลายลิ้น แต่กลับกระตุ้นให้ตาตื่นได้แทบจะทันทีอย่างน่าพิศวง


คำถามของดีนทำเอาแมคเคนซีต้องหยิบมือถือมาเปิดไฟล์ที่น้องชายส่งมาให้ดูอีกครั้ง ข้อมูลจำนวนมากที่เพิ่งได้รับมาทำให้เขาไม่สามารถจดจำทั้งหมดได้ในเวลาอันสั้น


“ในบันทึกเทพเจ้าองค์สุดท้ายเขียนเอาไว้ว่า ในสงครามแมนฮัตตัน เพอร์ซีย์ใช้พลังคำสาปแห่งอคิลลีส และพลังแห่งท้องทะเลสร้างพายุหมุนขนาดเล็กรอบตัวเพื่อต้านทานความร้อนและแสงสว่างจากร่างของบอส จากนั้นเหล่าแซเทอร์ที่นำโดยโกรเวอร์ก็ร่วมกันร่ายเวทมนตร์แห่งธรรมชาติขั้นสูง เปลี่ยนให้บอสกลายเป็นต้นเมเปิ้ลยักษ์และขังเขาไว้ในนั้น”


แมคเคนซีอ่านข้อความให้เพื่อนร่วมทีมฟัง จากนั้นก็สไลด์หน้าจอไล่ไปอีกรูปนึง


“ส่วนในตำราที่กระท่อมฉันบันทึกไว้ว่า เขาพ่ายแพ้ในสงครามไททาโนมาคีและถูกจองจำในทาร์ทารัสพร้อมกับเหล่าไททันตนอื่น ๆ ส่วนวิธี…ไม่มีบันทึกไว้”


เขาเงยหน้าขึ้นมองดีนที่น่าจะกำลังตั้งใจฟังอยู่


“พอมีไอเดียอะไรเพิ่มขึ้นไหม”


“คำสาปแห่งอคิลลีสกับขังบอสไว้ในต้นเมเปิ้ลยักษ์เหรอ…”


ฟังถึงตรงนี้ดีนก็ตาลอย อย่างแรกเขาไม่รู้ว่าคำสาปแห่งอคิลลีสคืออะไร แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นคำสาปต้องเป็นเรื่องที่ไม่ดีแหงม ๆ แล้วฟังนิสัยของเพอร์ซีย์จากเหล่าพี่น้องที่เคยเจอเจ้าตัว ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘เพอร์ซีย์กล้าหาญและเสียสละ’ ซึ่งต่างจากเขาแบบสุดขั้ว


อย่างที่สองคือการขังบอสในต้นเมเปิ้ล…


“ในนี้มีใครเสกต้นเมเปิ้ลได้บ้างไหม? ถ้าเมเปิ้ลไม่ได้ขอแอปเปิ้ลก็ได้”


ดีนถามเหล่าสายเลือดแห่งเฮคาทีด้วยน้ำเสียงหมดหวัง เขาปล่อยให้กาแฟร้อนในแก้วเย็นลงโดยไม่ได้แตะมันมาหลายนาที


“ให้เสกแบบนั้นคงทำไม่ได้ค่ะ แต่ว่าถ้าเราเสกอย่างอื่น…”


ชาร์ล็อตตอบ แต่เธอเองก็นึกไม่ออกว่าจะขังไฮเพอร์เรียนด้วยอะไรนอกจากพลังหมอกมนตราที่มี 


“แต่อย่างน้อยฉันพอมีไอเดียเรื่องการสร้างพายุน้ำเพื่อดับร้อนแบบเพอร์ซีย์ ส่วนรายละเอียดนอกจากนี้เอาเป็นว่าพวกเราค่อยมาสรุปกันอีกทีหลังไปถึงห้องพักใหม่กันดีไหม”


ดีนกล่าวจบก็ยกแก้วกาแฟเย็นชืดขึ้นดื่มเสียทีหลังจากที่เขาแทบจะลืมไปแล้วว่ามันถูกตั้งอยู่บนโต๊ะอาหาร


“ถ้าเสกอย่างอื่นไฮรี่เสกได้นะ *ปี๊บ——*บอสไงล่ะ”


ไฮรี่บอกด้วยดวงตาไร้เดียงสาใสแจ๋วภายใต้แว่นกันแดดจนชาร์ล็อตที่เพิ่งถูกบุตรเฮอร์มาโฟรไดตัสใช้เวทมนตร์ด้วยไปเมื่อครู่สะดุ้งน้อย ๆ แล้วรีบส่ายหน้า


“ไม่ใช่เสกแบบนั้นค่ะพี่ไฮรี่ หนูเห็นด้วยนะคะ นี่ก็สายแล้ว เรารีบเดินทางไปที่ต่อไปกันดีกว่า”


เด็กสาวรีบเปลี่ยนเรื่อง ไฮรี่จึงเปลี่ยนไปโฟกัสกับเตียงของที่พักใหม่ที่พวกเขากำลังจะไป…โดยที่ยังไม่รู้ว่าคือที่ไหน


“เราจะเปลี่ยนที่นอนเหรอ ไฮรี่อยากได้เตียงกับหมอนนุ่ม ๆ”


เมื่อคิดเงินค่าอาหารแล้วทีมทำภารกิจก็พากันออกจากร้านเพื่อไปยังท่ารถ อย่างน้อยการที่ดีนเบรคเรื่องรายละเอียดไว้ก็ทำให้แมคเคนซีเบาใจได้ว่าคนในทีมเริ่มระวังตัวกันมากขึ้นโดยที่เขาไม่ต้องเตือนเป็นครั้งที่สาม


.

.

.


จุดหมายการเดินทางอยู่ที่เมืองลาตาคุนกาซึ่งเป็นเมืองหลักของจังหวัดโกโตปักซีที่สถิตย์แห่งภูเขาไฟซึ่งใช้เวลาเดินทางด้วยรถบัสระยะไกลเกือบแปดชั่วโมง ระหว่างนี้ดีนขอไฟล์เอกสารที่บ้านเฮคาทีรวบรวมมาโยนเข้าโน้ตบุ๊กแอลเอ็ม หรือไอเอตัวช่วยในงานวิจัยที่เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อปลายปีที่แล้วให้ถอดข้อความจากตัวหนังสือแล้วอ่านให้ฟัง น่าเสียดายชะมัดที่นวัตกรรมนี้เปิดใช้งานหลังจากที่เขาเรียนจบมหาวิทยาลัยไปแล้ว ไม่อย่างนั้นการทำธีสิสของเขาคงไม่ช้ำตรมเหมือนที่ผ่านมา


ทว่าเปิดฟังไปได้ไม่ถึงชั่วโมงบุตรแห่งโพไซดอนก็เอนหัวพิงขอบหน้าต่างแล้วถูกบันทึกของเพอร์ซีย์ แจ๊คสันขับกล่อม ในการหลับระยะตื้นเขาฝันเห็นเหล่ารุ่นพี่ฮาล์ฟบลัดในจินตนาการต่อสู้กับไททันแห่งไฟใจกลางเกาะแมนฮัตตันอย่างดุเดือด เพอร์ซีย์ในวัยรุ่นควงตรีศูลน้อยสร้างพายุน้ำวนขึ้นมาเพื่อช่วยลดอุณหภูมิ และรุ่นพี่แซเทอร์อีกคนเสกต้นไม้มาพันธนาการไฮเพอร์เรียนเอาไว้ สาระสำคัญเหมือนกับที่แมคเคนซีเล่าให้ฟังไม่ผิดเพี้ยน ทว่าด้วยจินตนาการทำให้เขาฝันเติมแต่งอย่างเลอะเทอะไปด้วย


ดีนสัปหงก ก่อนที่เขาจะสะดุ้งตื่นขึ้นมาหลังจากฝันว่าไครอนในร่างเซนทอร์มีปีกแบบเพกาซัส ปาหอกสายฟ้าลงมาฟาดฟันไททันตัวร้ายเป็นการปิดฉากการต่อสู้…


“ให้ตายสิ ฉันหลับไปนานแค่ไหนกันเนี่ย แถมยังฝันอะไรเลอะเทอะไปหมด”


ดวงตาสีเปลือกไม้มองตำแหน่งจีพีเอสของตัวเองบนหน้าจอสมาร์ทโฟนเดดาลัส ขณะนี้พวกเขาอยู่บนถนนทางหลวงที่เคลื่อนตัวไปบนพื้นที่ราบสูงในเวลาหนึ่งทุ่มกว่า ๆ โดยที่แสงอาทิตย์ยังสว่างจ้า ภาพของภูเขาไฟแห่งหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ไกล ๆ สะท้อนความยิ่งใหญ่ของตัวมันเองได้อย่างน่าเหลือเชื่อ เพียงแค่คิดว่าสถานที่แห่งนั้นอาจเป็นสมรภูมิรบในวันพรุ่งนี้ดีนก็กลืนน้ำลายอึกใหญ่


รถบัสขับเคลื่อนเข้าสู่ตัวเมืองแล้วปล่อยผู้โดยสารลงที่สถานีรถบัสประจำเมือง ในตอนนี้ท้องทั้งหิวและอ่อนเพลียจากการเดินทาง การหาที่พักใกล้ฉันจึงเป็นสิ่งสำคัญมากกว่ากินหรูอยู่สบาย จนในที่สุดพวกเขาก็ได้เข้าพักที่เกสต์เฮาส์แห่งหนึ่งที่อยู่ห่างจากสถานีเจ็ดร้อยเมตร (สาบานได้ว่านี่ใกล้ที่สุดแล้ว) ผังห้องดูแปลก ๆ เพราะว่ามีเตียงสามเตียงและคอมพิวเตอร์อีกหนึ่งเครื่อง แต่ในเวลานี้คงไม่มัวมาสนใจในเมื่อสิ่งอำนวยความสะดวกที่พวกเขาต้องการมีอยู่ครบ สี่เดมิก็อดสั่งอาหารเย็นง่าย ๆ ขึ้นมารับประทานกันบนห้องพลางคุยถึงแผนการในวันพรุ่งนี้กันต่อ


“พรุ่งนี้เช้าเราต้องออกจากที่นี่กันตั้งแต่เจ็ดโมง นั่งรถบัสท้องถิ่นสองต่อเพื่อไปภูเขาไฟโกโตปักซี ที่นั่นอากาศค่อนข้างหนาวมีหิมะปกคลุมอยู่บนยอด พวกเราน่าจะต้องซื้อเสื้อกันหนาวกันใหม่ด้วยล่ะ”


เพราะว่าภารกิจนี้อยู่ในช่วงฤดูร้อนของประเทศอเมริกากลางพวกเขาจึงไม่ได้พกพาเสื้อกันหนาวกันมาเลย


“ออกเจ็ดโมง…งั้นเราต้องไปซื้อเสื้อกันหนาวกันแถวโกโตปักซีสินะ”


แมคเคนซีพยักหน้าน้อย ๆ เขาไม่ได้มีปัญหาเรื่องที่ว่าต้องตื่นเช้า อย่างน้อยก็น่าจะไปงีบต่อบนรถได้ แต่สิ่งที่กำลังกวนใจเขาตอนนี้คือเรื่องที่พูดค้างไว้จากเมื่อเช้าต่างหาก


“คือว่านะ…ที่ฉันบอกว่ามีแผนสำรองจะเสนอ ฉันขอพูดเลยได้ไหม”


หนุ่มอังกฤษหันมาถามดีนเป็นเชิงขออนุญาต แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนรักของเขา แต่แมคเคนซีก็ให้เกียรติดีนในฐานะที่เป็นผู้นำทีมภารกิจนี้ด้วย


“โอ้ ได้เลยที่รัก นายเสนอมาได้เลยไม่ต้องเกรงใจ รวมถึงอีกสองคนด้วยนะ”


และเมื่อดีนอนุญาต แมคเคนซีก็เริ่มพูดสิ่งที่ตนเองคิดเอาไว้


“คือ…ที่นายพูดที่ร้านอาหารเมื่อเช้า นายวางแผนไว้ว่าเราจะวางกำลังคนเป็นแบบสามต่อหนึ่งใช่ไหม ก็คือพวกนายสามคนเข้าไปโจมตี ส่วนฉันจะคอยซัพให้ ทีนี้ฉันคิดว่าถ้าเราวางกำลังคนแบบแบ่งเป็นทีมละสองคนล่ะ โจมตีสองคน ซัพสองคนอะไรแบบนี้ อย่างเช่นว่านายกับชาร์ล็อตอยู่ทีมเดียวกันและฉันกับไฮรี่อยู่ด้วยกัน อย่างน้อยไฮรี่ก็คือตัวแปรที่เราคาดเดาไม่ได้ว่าเจ้าตัวจะมีอาการคุ้มคลั่งขนาดไหน โดยเฉพาะคราวนี้ที่เราจะเจอกับ..บอสที่เชี่ยวชาญในการใช้ไฟ”


แมคเคนซีบอกพลางปรายตามองไปยังบุตรเฮอร์มาโฟรไดตัสที่พอสบกับดวงตาภายใต้แว่นกันแดดที่เจ้าตัวสวมใส่ไว้ตลอดเวลาแม้อยู่ในที่ร่มแล้วก็ยิ้มแฉ่งมาให้อย่างไร้เดียงสา


“อย่างที่พวกเรารู้กันว่าไฮรี่จะต่อสู้เก่งมากถ้าเกิดอาการคุ้มคลั่ง แต่บอสที่พวกเราจะไปเจอฝีมือก็คงไม่ธรรมดาแน่ ๆ และไฮรี่จะควบคุมตัวเองได้แค่ไหนหากรู้ว่าบอสที่พวกเรากำลังจะเจอคือใคร ฉันเลยคิดว่าอยากเพิ่มกำลังซัพพอร์ตของทีมเราให้แข็งแกร่งขึ้นเผื่อเวลาเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นน่ะ”


พอพูดจบทั้งวงสนทนาก็ดูเหมือนจะตกอยู่ในความเงียบจนแมคเคนซีรู้สึกว่าตนเองจริงจังไปหรือเปล่าเลยลูบผมตัวเองเก้อ ๆ


“มันก็แค่แผนสำรองน่ะ ถ้าเสียงข้างมากว่ายังไงฉันก็เอาตามนั้นอยู่แล้ว


“อืม… ที่นายพูดมาก็มีเหตุผลนะ” ดีนลูบปลายคางหลังจากที่เขาครุ่นคิดตามอยู่นานจนเกิดเดดแอร์ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เห็นด้วยกับแผนของแมคเคนซี ทว่าตนกำลังคาดเดาความเป็นไปได้ที่อยู่ในหัวต่างหาก “เอางี้ไหม ยืนพื้นให้นายเป็นซัพพอร์ตหลัก ส่วนชาร์ล็อตแสตนบายเป็นซัพเบอร์สองในเวลาที่มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น ส่วนช่วงที่ยังใช้แค่ซัพพอร์ตหลัก เธอก็ต่อสู้โดยเน้นยิงธนูทองคำจากระยะไกล อย่าเพิ่งใช้แรงทั้งหมดไปกับเวทมนตร์”


“หนูไม่มีปัญหานะคะ” ชาร์ล็อตตอบ


“ไฮรี่ก็ไม่มีปัญหาเหมือนกัน” ไฮรี่เองก็ตอบด้วยรอยยิ้มกว้างเหมือนไม่รู้ว่าทุกคนกำลังคุยอะไรกันอยู่แต่ว่าตัวเองอยากมีส่วนร่วม


“ดีมากไฮรี่ พรุ่งนี้ถ้านายเจอบอสก็อย่าเอาตัวเข้าไปแลกล่ะ เน้นใช่คำสาปแสบ*ปี๊บ——*อะไรนั่นเลย ตกลงไหม?”


“อื้อ ไฮรี่ตกลง” บุตรแห่งเฮอร์มาโฟรไดตัสพยักหน้าหงึกหงักกับสิ่งที่ดีนย้ำเป็นรอบที่สอง


“แล้วนายโอเคกับแผนนี้ไหมแมคซี่ ถ้านายรู้สึกว่าไม่ดีหรือมีช่องโหว่บอกพวกเราได้นะ ไม่ต้องเกรงใจ


ส่วนแมคเคนซีเองก็ผงกศีรษะรับ ไม่ว่าจะทำหน้าที่อะไรเขาก็เต็มใจทั้งนั้น


“ฉันก็โอเค เอาแผนนายเป็นหลักดีกว่า ของฉันถือว่าเป็นแผนบีแล้วกัน งั้นวันนี้เรากินมื้อเย็นเสร็จแล้วก็เตรียมตัวเข้านอนกันเลยดีไหม เพื่อให้พร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้”


พอพูอถึงคำว่า ‘พรุ่งนี้’ แล้วบุตรเทพีแห่งม่านหมอกก็เงียบไป เขาไม่รู้เลยว่าพรุ่งนี้จะเจอกับอะไรบ้าง มันอาจเป็นพรุ่งนี้ที่ยังต้องเดินทางค้นหาไททันที่กำลังจะประกอบพิธีปลุกปีศาจจอมทำลายล้างอีกหนึ่งวัน หรือเป็นพรุ่งนี้ที่ไม่รู้ว่าจะเป็น ‘พรุ่งนี้’ สุดท้ายหรือเปล่า คิดไปแล้วก็รู้สึกวูบโหวงในใจอย่างบอกไม่ถูก ดวงตาสีฮาเซลมองหน้าเพื่อนร่วมทีมไล่ไปทีละคนตั้งแต่ไฮรี่เพื่อนร่วมทีมที่ดีแม้บางทีจะน่าปวดหัวไปบ้าง ชาร์ล็อตผู้เป็นน้องสาวร่วมมารดา และมาหยุดที่ดีน คนที่เขารัก


“พวกเรามาทำวันพรุ่งนี้ให้ดีที่สุดเหมือนเป็นวันสุดท้ายของชีวิตกันเถอะ”


“อย่าพูดเหมือนว่ามันจะเป็นวันสุดท้ายแบบนั้นสิที่รัก”


แค่คิดว่าพรุ่งนี้อาจจะเป็นวันสุดท้ายของชีวิตก็ได้ในใจก็วาบหวิวไปหมด และเขาไม่มีทางที่จะตัดกำลังใจของตัวเองแบบนั้นแน่ ๆ


“จะว่าไป… พวกเราก็ผ่านอะไรกันมาเยอะนะ ทั้งลักลอบขึ้นเรือสินค้า ลอยแพชูชีพกลางทะเลตั้งเกือบอาทิตย์ เกือบถูกแก๊งเซนทอร์ค้ายาจับไปขาย เดินทางในป่าที่ถูกระบุว่าเป็นช่องทางที่อันตรายที่สุดในโลก โดยที่มีไฮดร้าสามสิบหัวหลบอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้ ได้นอนสบาย ๆ ไม่เท่าไหร่ก็ต้องเดินทางต่อทั้งวัน จนมาถึงตรงนี้ พวกเราผ่านอะไรกันมาเยอะแยะจริง ๆ”


“จริงด้วยค่ะ ถ้าไม่นับภารกิจก่อนหน้าที่ล้มเหลว… นี่เป็นการเดินทางที่ยาวนานที่สุดในชีวิตของหนูเลย” 


ชาร์ล็อตพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มที่งดงาม แม้ว่าเส้นทางของเธอจะเต็มไปด้วยบาดแผล แต่ดูเหมือนว่าธิดาแห่งเฮคาทีก็ไม่หวังให้วันพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต แม้จะต้องทำให้ดีที่สุดเสมือนว่าพรุ่งนี้คือวันสุดท้ายของชีวิตก็ตาม


“ไฮรี่ก็ด้วย ไฮรี่เดินมาไกลเลยถึงได้เจอชาร์ล็อต เอววิ่น แล้วก็แมค”


“กลุ่มของเราน่ะสุดยอดที่สุดแล้วเนอะว่าไหม?” ดีนหันไปยิ้มให้ทุกคน แม้ว่าการเดินทางจะขลุกขลักไปบ้าง และมีเรื่องที่ไม่เข้าใจกันบ้าง แต่มิตรภาพนี้ ไม่ว่าจะเป็นคนรัก พี่น้อง หรือผองเพื่อน ล้วนแต่เป็นสิ่งที่น่าจดจำและสำคัญที่สุด “ฉันรักทุกคนนะ ถึงจะรักแมคซี่ที่สุดเป็นพิเศษ แต่ชาร์ลี่ กับไฮรี่ ทั้งสองคนเป็นน้องสาวและเพื่อนที่ดีของฉัน… ฉันขอเรียกเธอว่าชาร์ลี่ได้ไหม?”


“อุ๊ย พี่ดีนตั้งชื่อเล่นให้หนูเหรอคะ ได้สิคะ หนูยินดีเลยค่ะ” หญิงสาวคลี่ยิ้มกว้างด้วยความตื้นตัน หยาดน้ำใสคลอหน่วยที่เบ้าตา


“แล้วไฮรี่ล่ะ ไฮรี่มีชื่อเล่นไหม” บุตรแห่งเฮอร์มาโฟรไดตัสที่ใสซื่อเหมือนเด็กเพราะสติสัมปชัญญะบางส่วนถูกทำลายจากการทรมานเอ่ยถามอย่างกระตือรือร้นด้วยความอยากเป็นคนพิเศษของผองเพื่อน


“นายก็เป็นไฮรี่อยู่แล้วไงไฮรี่ ฉันเติมรี่ให้นายก่อนชาร์ลี่อีกนะ”


พอได้ยินแบบนี้ชาร์ล็อตก็หัวเราะขำแต่หยาดน้ำตาไหลอาบข้างแก้ม


“อย่าร้องไห้เพราะความเศร้านะชาร์ลี่ แต่ถ้าเธอซึ้งกับคำพูดฉันก็โอเค” เอาเข้าจริงพอได้เห็นน้องสาวบ้านเฮคาทีร้องไห้ดีนก็ยากที่จะสะกัดกั้นน้ำตาไว้อีกคน แต่ตอนนี้เขาต้องฮึบเอาไว้ก่อน “ส่วนนายแมคซี่ ฉันคิดว่านายคงลืมไปแล้วแหงม ๆ”


บุตรเจ้าสมุทรเม้มปาก มองลึกลงไปในดวงตาสีฮาเซล มีหลายพันคำที่อยากจะพูดบอกออกไป แต่ดูเหมือนว่าประโยคเหล่านั้นแย่งกันออกจากปากอยู่ในหัวจนกลายเป็นไม่รู้จะสรรหาคำพูดไหนกล่าวกับคนรักดี เขาจึงเลือกที่จะบอกอีกฝ่ายไปว่า…


“พรุ่งนี้จะครบรอบหนึ่งปีของเรา ไปกระทืบบอสฉลองวันแห่งความรักของเราอย่างยิ่งใหญ่อลังการกันที่รัก จากนั้นก็กลับมากินเบียร์กับปีกไก่ทอดให้ชื่นใจ“


“มันก็ปกตินี่ พวกไลฟ์โค้ชก็ชอบพูดกันแบบนี้ พวกนายเองก็ดูมีแรงฮึดสู้ขึ้นมาแล้วใช่ไหม”


แมคเคนซีที่ลูบผมปลอบน้องสาวอยู่บอกพลางไหวไหล่เล็กน้อย ได้เห็นเพื่อนร่วมทีมยังไม่หมดกำลังใจแบบนี้ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี สำหรับเขาที่แต่เดิมไม่ได้สนใจเรื่องความเป็นความตายของตัวเองเท่าไหร่ พอเริ่มมีคนสำคัญเพิ่มขึ้นมารอบ ๆ ตัวก็ทำให้รู้สึกว่าอยากมีชีวิตยืนยาวขึ้นไปอีกสักหน่อย โดยเฉพาะบุตรเจ้าสมุทรที่เวลานี้มองจ้องมายังเขาอยู่


“ฉันไม่มีทางลืมวันครบรอบของเราหรอกดีน แต่ลืมวันลืมคืนก็ไม่แน่ ทั้งที่ออกมาจากค่ายได้แค่ครึ่งเดือนแต่ก็เหมือนยาวนานเป็นปี ฉลองวันครบรอบแบบนี้ก็ไม่เลว ถ้าบอสที่ว่านั่นจะโผล่มาน่ะนะ“





ความคิดเห็นผู้บันทึก

นี่คงใกล้จะถึงสถานที่สุดท้ายของการทำภารกิจนี้แล้ว บอกตรง ๆ ว่ายิ่งเข้าใกล้จุดหมายมากเท่าไหร่ ผมกลับไม่ได้สบายใจขึ้นเลยแม้แต่น้อย ไททันจากในตำนานที่เคยได้ฟังเพียงแค่เรื่องเล่า เวลานี้พวกเรากำลังจะได้เจอตัวจริง แน่นอนว่ามันไม่เหมือนการได้เจอดาราฮอลลีวูดที่จะยื่นกระดาษกับปากกาเพื่อขอลายเซ็น แต่เรากำลังจะไปล้มล้างพิธีกรรมที่มีโลกใบนี้เป็นเดิมพัน สำหรับผมแล้วมันดูยิ่งใหญ่เกินตัว…แค่ได้ปกป้องเพื่อนร่วมทีมให้ปลอดภัยสมกับหน้าที่ที่ดีนวางใจมอบหมายให้ก็ถือเป็นเกียรติสำหรับผมแล้ว


สรุปสถานการณ์

- ทีมทำภารกิจเดินทางถึงท่าเรือปวยร์โต อะมิสตาด และหาที่พักในย่านโนแมด

 - วางแผนเดินทางต่อในวันรุ่งขึ้น โดยดีนบอกข้อมูลของภูเขาไฟที่คิดว่าเป็นสถานที่ทำพิธีกรรม ส่วนแมคเคนซีบอกข้อมูลของไฮเพอร์เรียน

-ทีมทำภารกิจออกเดินทางต่อเพื่อหาที่พักในเมืองลาตาคุนกา จังหวัดโกโตปักซี

เรตติ้ง

โพสต์ 156,935 ไบต์และได้รับ +8 EXP จาก โรคสมาธิสั้น  โพสต์เมื่อ 2026-2-8 20:57
โพสต์ 156,935 ไบต์และได้รับ +15 EXP +20 เกียรติยศ +20 ความกล้า จาก เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด  โพสต์เมื่อ 2026-2-8 20:57
โพสต์ 156,935 ไบต์และได้รับ +10 EXP +6 เกียรติยศ +8 ความกล้า +8 ความศรัทธา จาก สื่อสารกับภูตผีปีศาจ   โพสต์เมื่อ 2026-2-8 20:57
โพสต์ 156,935 ไบต์และได้รับ +6 EXP +9 เกียรติยศ +8 ความกล้า จาก รองเท้าเซฟตี้  โพสต์เมื่อ 2026-2-8 20:57
โพสต์ 156,935 ไบต์และได้รับ +7 EXP +6 เกียรติยศ จาก นาฬิกาสปอร์ต  โพสต์เมื่อ 2026-2-8 20:57
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
Midnight Styx
หนังสือรวมบทกวีของอพอลโล
แหวนดาราจรัส
น้ำหอมเฮคาที
เหรียญนกฮูก
สร้อยคอดีไซน์เท่
กางเกงเดินป่า
ตำราเวทมนต์เฮคาที
เข็มกลัดเฮคาที
กุหลาบสีน้ำเงินทอง
เกราะนักรบสีทองแดง
การควบคุมหมอกขั้นสูง
มาลาแห่งอัสสัมชัญ
เรียกอาวุธจากหมอก
การปลุกผี
คบเพลิงเวท
การร่ายคาถา
ศาสตร์การปรุงยา
ต่างหูเงิน
หมวกแก๊ป
แจ็คเก็ต YANKEES
แว่นกันแดด
นาฬิกาสปอร์ต
รองเท้าเซฟตี้
สื่อสารกับภูตผีปีศาจ
เสื้อค่ายฮาล์ฟบลัด
โรคสมาธิสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x1
x1
x5
x3
x3
x1
x2
x2
x2
x2
x4
x2
x5
x14
x5
x6
x1
x3
x6
x2
x1
x2
x7
x15
x10
x7
x2
x9
x6
x4
x3
x70
x4
x10
x6
x13
x6
x28
x3
x55
x9
x189
x14
x14
x48
x45
x5
x5
x5
x2
x5
x2
x11
x20
x10
x10
x2
x2
x2
x6
x1
x3
x12
x6
x3
x6
x1
x1
x1
x1
x2
x1
x1
x2
x6
x1
x13
x2
x4
x6
x2
x1
x16
x175
x192
x10
x6
x10
x10
x26
x70
x91
x1
x1
x3
x7
x4
x1
x1
x1
x1
x5
คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับได้ เข้าสู่ระบบ | ลงทะเบียน

กฎเครดิตของบอร์ดนี้

ติดตามบัญชีทางการ
Archiver|โหมดมือถือ|ประวัติการแบน|Percy Jackson and the Olympians Thailand

หากพบการละเมิดลิขสิทธิ์ รายงานปัญหา ร้องเรียน หรือมีข้อเสนอแนะ โปรดส่งอีเมลไปที่: percyjacksonthailand@gmail.com

Powered by Discuz! X5.0 © 2001-2026 Discuz! Team.

ในบอร์ดนี้โพสต์
ติดตามบัญชีทางการ
กลับขึ้นบน