ฝุ่
ฝุ่นทรายสีทองจากร่างของไคเมร่าเพิ่งจะจางหายไปในอากาศ กลิ่นกำมะถันยังไม่ทันจางหาย ผมก็รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงกว่าเดิม มันไม่ได้มาจากใต้ดิน แต่มันมาจากความโกรธแค้นที่พุ่งพล่านจนอากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ
"พวกแก... บังอาจทำร้ายลูกชายของฉัน!"
ร่างของหญิงท้วมในชุดคลุมสีฉูดฉาดปรากฏตัวขึ้นท้าทายสายตา แต่คราวนี้เธอทิ้งหน้ากากมนุษย์ป้าจอมปลอมไปจนสิ้น ผิวหนังเริ่มปริออก กลายเป็นเกล็ดงูสีเทาหม่น ท่อนล่างเปลี่ยนเป็นหางงูขนาดยักษ์สองหางที่ยาวสุดลูกหูลูกตา อีคิดน่า มารดาแห่งอสุรกายทั้งปวง กลับมาทวงแค้นให้ลูกชายของเธอแล้ว
"เดม่อน! ลิเลียน่า! เบย์! ถอยไป!" ผมตะโกนลั่น แผดเสียงแข่งกับเสียงคำรามของพายุทะเล "ยัยนี่แข็งแกร่งเกินไปสำหรับพวกนาย! ไปหาทางออกซะ ผมจะยันยัยมนษย์ป้าหางงูนี่ไว้เอง!"
"แต่พี่เพอร์ซีย์!" เดม่อนตะโกนเรียกด้วยความห่วงใย แต่อีคิดน่าสะบัดหางยักษ์ฟาดลงจนหน้าผาแยกออกเป็นสองเสี่ยง ผมกระโดดหลบพุ่งตัวเข้าหาเธอ ดาบริปไทด์ในมือส่องแสงเจิดจ้า "สามสิบสองปีแล้วนะที่เธอไม่ได้เรียนรู้เลยว่า อย่ามาแหยมกับลูกชายของโพไซดอน!"
"ปากดีเหมือนเดิมนะ เจ้าลูกครึ่งเทพ!" อีคิดน่าคำราม เธอยกเล็บยาวเฟื้อยตะปบเข้าใส่ ผมม้วนตัวหลบท่ามกลางแรงกดดันมหาศาล อีคิดน่าพ่นหมอกพิษสีม่วงเข้มออกมาปกคลุมพื้นที่ แต่ผมกลั้นหายใจ ใช้สัญชาตญาณสัมผัสตำแหน่งและแทงดาบสวนกลับไปจนเลือดสีเขียวฉีดกระฉูด
ผมเห็นเดม่อนและลิเลียน่าพยายามจะเข้ามาช่วย ผมสะบัดมือเรียกพายุงวงช้างเล็กๆ พัดร่างของพวกเขาออกไปให้พ้นระยะอันตราย "หนีไป! นี่คือคำสั่ง! ไปหาความหวังที่ใจกลางเกาะ... ผมจะตามไปหลังจากจัดการยัยนี่เสร็จ!" แววตาหมาป่าของผมฉายชัด เหลือเพียงสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ผ่านการเคี่ยวกรำมาตลอด 32 ปี
"เจ้าหนอนสกปรก! ข้าจะทำให้เจ้ากลายเป็นเพียงตำนานที่ถูกลืม!" อีคิดน่าแผดเสียงกึกก้อง ท่อนล่างที่เป็นหางงูยักษ์เริ่มเรืองแสงสีเขียววิปลาส เธอรวบรวมพลังงานความมืดเตรียมปลดปล่อยระเบิดพิษและเพลิงนรก ผมมองไปทางที่พวกเดม่อนหายลับเข้าไป... ผมไม่มีเวลามาออมมืออีกแล้ว
"ถ้าอยากเห็นตำนานนัก... ก็จงดูให้เต็มตา!" ผมคำรามพลางปักดาบริปไทด์ลงบนพื้นดินจนหินร้าว ดึงเอาแรงดันมหาศาลจากใต้ก้นมหาสมุทรขึ้นมา น้ำทะเลรอบเกาะระเบิดออกเป็น พายุงวงช้างขนาดยักษ์ 8 สาย หมุนวนรอบตัวผมดุจปีกของเทพเจ้า ผมกระโดดขึ้นไปบนยอดคลื่น พุ่งทะยานเข้าหาอีคิดน่า
ผมสะบัดมือเรียกม่านน้ำวนขึ้นมาเป็นเกราะสุญญากาศ ดีดการโจมตีออกไปรอบทิศทาง ก่อนจะใช้น้ำอีกสายรัดพันคอและหางของเธอไว้กลางเวหา ผมพุ่งผ่านหมอกพิษเข้าไปถึงระยะประชิด "นี่สำหรับความสงบสุขที่ฉันสูญเสียไป!" ผมดึงดาบริปไทด์ฟาดฟันออกไปพร้อมคลื่นกระแทกน้ำที่คมกริบ แรงดันน้ำมหาศาลบดขยี้มารดาอสุรกายจนแหลกละเอียด ร่างของอีคิดน่าก็สลายกลายเป็นธุลีทรายสีทองลงในที่สุด
ผมวิ่งฝ่าดงหนามจนมาถึงทางเข้าถ้ำคริสตัล เห็นเดม่อน ลิเลียน่า และเบย์ กำลังเผชิญหน้ากับชายหนุ่มในชุดเกราะนอร์ส แร็กนาร์ เมสัน "พวกนายโอเคไหม?" ผมตะโกนเรียกขณะวิ่งเข้าไปหยุดข้างๆ เดม่อน
"พี่เพอร์ซีย์! พี่จัดการอีคิดน่าได้จริงๆ"
"เธอกลับไปนอนพักที่ทาร์ทารัสแล้วล่ะ" ผมปาดเหงื่อพลางมองตรงไปที่แร็กนาร์ "แล้วไอ้น้องชายคนนี้เป็นใคร? ดูท่าทางจะหยิ่งไม่เบานะ"
"แร็กนาร์ เมสัน... หุ่นเชิดของโลกิ เขากำลังเฝ้าความหวังไว้ข้างในนั้น"
"ความหวังของทะเลสินะ... เอาล่ะพวกนาย เตรียมตัวให้พร้อม แร็กนาร์อาจจะดูเด็ก แต่กลิ่นอายของโลกิที่ติดตัวเขามา มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ" ผมก้าวออกมายืนเคียงข้างเดม่อน เป็นสัญญาณว่าจากนี้ไป... เราจะสู้ร่วมกัน

โพสต์เมื่อ 2026-1-14 15:44:34
ติดตามบัญชีทางการ